การนับแต้มเป็นหัวใจสำคัญของ เกมแบล็คแจ็ค เพราะผลของแต้มมีส่วนกำหนดว่ามือไพ่ใดอยู่ใกล้ 21 มากกว่า และถึงแม้ไพ่ที่ใช้จะเป็นไพ่ชุดเดียวกับเกมไพ่ทั่วไป แต่ แบล็คแจ็คออนไลน์ มีวิธีคิดแต้มที่แตกต่างและมีรายละเอียดเฉพาะตัว เพราะฉะนั้นนักพนันที่ต้องการเข้าเล่นเกมไพ่ชนิดนี้กับทางเว็บ nemo168 จึงควรรู้ค่าไพ่แต่ละประเภทก่อนเริ่มทำความเข้าใจขั้นตอนการรวมแต้ม โดยไพ่ตัวเลขสามารถอ่านค่าได้ตรงตัว ขณะที่ไพ่หน้าอย่าง J, Q และ K มีหลักการนับอีกแบบหนึ่ง ส่วน A หรือเอซเป็นไพ่ที่น่าสนใจที่สุด เพราะสามารถนับได้มากกว่าหนึ่งค่าเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ ซึ่งการเข้าใจหลักนี้จะช่วยให้ท่านมองภาพการคำนวณแต้ม เกมแบล็คแจ็คออนไลน์ แต่ละรอบได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางบทความของเราจะพาไปดูตั้งแต่ค่าของไพ่ การรวมแต้ม ไปจนถึงกรณีที่ A เปลี่ยนค่า เพื่อให้ท่านเข้าใจกติกาการเล่นเกมไพ่ คาสิโนออนไลน์ ชนิดนี้มากยยิ่งขึ้น ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้
วิธีการนับแต้ม เกมแบล็คแจ็คออนไลน์
โดยวิธีการนับแต้ม แบล็คแจ็คออนไลน์ นั้นมันไม่ได้ซับซ้อน หากเริ่มจากการจำค่าของไพ่แต่ละกลุ่มให้ถูกต้อง ไพ่ที่ใช้ทั่วไปประกอบด้วยไพ่ตัวเลข ไพ่หน้า และไพ่ A ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีนับแตกต่างกัน เป้าหมายพื้นฐานคือทำให้แต้มรวมของไพ่เข้าใกล้ 21 มากที่สุด โดยไม่ทำให้แต้มรวมเกิน 21 ในกรณีที่แต้มเกิน 21 จะถือว่าไพ่ในมือนั้นบัสต์ตามกติกาทั่วไป
ไพ่ตัวเลขนับตามหน้าไพ่
- ไพ่ตั้งแต่ 2 ถึง 10 มีค่าเท่ากับตัวเลขบนหน้าไพ่ เช่น 3 มีค่า 3 แต้ม และ 8 มีค่า 8 แต้ม
- หากท่านถือไพ่ 4 กับ 7 ให้นำมารวมกันเป็น 11 แต้ม หรือหากเป็น 6 กับ 9 ก็จะได้ 15 แต้ม
แต้มไพ่ J, Q และ K มีค่า 10 แต้ม
ซึ่งไพ่ เกมแบล็คแจ็ค ที่เป็นหน้า J (แจ็ก), Q (ควีน) และ K (คิง) จะนับเป็น 10 แต้มทั้งหมด ไม่ว่าหน้าไพ่จะเป็น J, Q หรือ K ก็ตาม ตัวอย่างเช่น การเข้าเดิมพันเกมบนเว็บ ufazeed แล้วไพ่ในมือที่นักพนันได้ก็คือ J กับ 5 มีแต้มรวม 15 ส่วน K กับ 8 มีแต้มรวม 18 ดังนั้นเมื่อเห็นไพ่หน้าทั้งสามชนิด ท่านสามารถจำสั้น ๆ ได้ว่า J, Q, K = 10 แต้ม
หน้าไพ่ A นับได้ 1 / 11 แต้ม
A หรือเอซเป็นไพ่ที่ต้องใช้ความเข้าใจมากที่สุดในเกม คาสิโนออนไลน์ ชนิดนี้ เพราะสามารถนับเป็น 1 หรือ 11 แต้มได้ โดยเลือกค่าที่ทำให้แต้มไพ่เหมาะสมที่สุดและไม่ทำให้แต้มรวมเกิน 21 หากสามารถทำได้ ตัวอย่างเช่น การเข้าเดิมพันเกมกับทางเว็บ nemo168 ไพ่หน้า A กับ 6 สามารถนับเป็น 17 เพราะ A มีค่า 11 แต่หากเป็น A, 6 และ 9 การนับ A เป็น 11 จะทำให้รวมได้ 26 ซึ่งเกิน 21 ดังนั้น A จะเปลี่ยนเป็น 1 ทำให้แต้มรวมเป็น 16 ซึ่งเป็นจุดที่นักพนันควรทำความเข้าใจให้แม่น
แบล็คแจ็ค คืออะไร?
หากไพ่สองใบแรกของผู้เล่นประกอบด้วย A กับไพ่ที่มีค่า 10 เช่น 10, J, Q หรือ K จะเรียกว่า แบล็คแจ็ค ตามกติกา วิธีเล่น ไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์ โดยทั่วไป ตัวอย่างเช่น A + K มีค่า 21 จากไพ่สองใบ และ A + 10 ก็เป็น 21 จากไพ่สองใบเช่นกัน แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านควรแยกคำว่า แต้ม 21 กับ แบล็คแจ็ค ออกจากกัน เพราะมือที่มีไพ่หลายใบแล้วรวมกันได้ 21 ไม่เหมือนกับแบล็คแจ็คจากไพ่สองใบแรก
วิธีคำนวณแต้มแบล็คแจ็คแบบเข้าใจง่าย
เมื่อรู้ค่าของไพ่แล้ว ขั้นต่อมาคือการนำไพ่ในมือมารวมกัน โดยต้องพิจารณาไพ่ A ที่มีในมือว่าแท้จริงแล้วผลไพ่ในเกมนั้นจะมีค่าเท่ากับ 1 หรือว่า 11 แต้ม ที่จะทำให้นักพนันอ่านเกมได้ขาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งรายละเอียดที่เรานำมาให้นักพนันทำการศึกษาจะมีอะไรบ้างนั้นตามไปอ่านรายละเอียดกันเลย
- เริ่มจากไพ่ทุกใบในมือ สมมติว่าท่านเข้าเล่นเกมแบล็คแจ็คกับทางเว็บ nemo168 แล้วได้รับไพ่หน้า 7 กับ 8 ให้นำแต้มมารวมกันเป็น 1 หากได้รับ Q กับ 6 ก็คิดเป็น 10 + 6 = 16 เมื่อได้รับไพ่ใบที่สาม ก็เพิ่มค่าไพ่ใบใหม่เข้าไป เช่น 5 + 7 + 4 เท่ากับ 16 หลักสำคัญคือการรวมแต้มของไพ่ทุกใบที่ยังอยู่ในมือ ไม่ใช่เลือกเฉพาะไพ่ใบที่มีค่ามากที่สุด
- กรณีที่มีไพ่ A ในมือ เป็น A + 5 จะสามารถนับเป็น 16 เพราะ A มีค่า 11 หากจั่วเพิ่มเป็น 9 แต้มรวมจะกลายเป็น 25 หากยังนับ A เป็น 11 ดังนั้นต้องเปลี่ยน A เป็น 1 ทำให้แต้มใหม่เป็น 15 และอีกตัวอย่างคือ A + 3 + 5 สามารถนับ A เป็น 11 ได้ เพราะรวมเป็น 19 และยังไม่เกิน 21 ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า Soft Hand ในกรณีที่ A ยังสามารถนับเป็น 11 ได้โดยไม่ทำให้แต้มเกิน 21 ส่วนมือที่มีไพ่ A จำเป็นต้องนับเป็น 1 เพื่อไม่ให้เกิน 21 มักเรียกว่า Hard Hand
- หากแต้มรวมของไพ่เกิน 21 และไม่สามารถปรับค่า A จาก 11 ลงเป็น 1 เพื่อแก้แต้มได้ มือดังกล่าวจะถือว่าบัสต์ เช่น 10 + 8 + 7 เท่ากับ 25 จึงเกิน 21 หรือ A + 9 + 8 หากนับ A เป็น 11 จะได้ 28 แต่เมื่อเปลี่ยน A เป็น 1 จะเหลือ 18 ดังนั้นมือนี้ยังไม่บัสต์ เพราะฉะนั้นแล้วการเข้าเล่นแบล็คแจ็ค คาสิโนออนไลน์ นักพนันจึงควรตรวจสอบ A ก่อนสรุปว่ามือใดเกิน 21 เพราะไพ่ใบนี้สามารถเปลี่ยนค่าเพื่อให้แต้มเหมาะสมกับสถานการณ์ได้



